พจนานุกรมศัพท์บาลี-ไทย หมวดสระ อ
ศัพท์ที่ ๓ อกมฺปิย
(วิเสสนะ)
การอ่าน
อะ-กำ-ปิ-ยะ
การแยกศัพท์
อ + กมฺปิย
- อ = ไม่, ปราศจาก
- กมฺปิย = ผู้หรือสิ่งที่หวั่นไหว, สั่นคลอน, เคลื่อนไหว (สัมพันธ์กับธาตุ กมฺปฺ = สั่น, ไหว)
รวมความ
ผู้หรือสิ่งที่ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นคลอน ไม่เคลื่อนไหว
ความหมายภาษาไทย
- ไม่เคลื่อนไหว
- ไม่หวั่นไหว
- ไม่สั่นคลอน
- ถาวร
- มั่นคง
- แน่วแน่
ความหมายตามหลักธรรม
ใช้กล่าวถึงสภาพที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น
จิตของพระอริยบุคคลที่ได้รับการฝึกดีแล้ว ย่อมตั้งมั่น
ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมทั้งหลาย
ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
- กมฺปติ = ย่อมหวั่นไหว, ย่อมสั่น
- กมฺปน = การหวั่นไหว, การสั่นสะเทือน
- อกมฺปนีย = อันไม่อาจทำให้หวั่นไหว
- ถิร = มั่นคง
- อจล = ไม่หวั่นไหว, ไม่เคลื่อน
ศัพท์ตรงข้าม
- กมฺปิย = หวั่นไหว
- จล = เคลื่อนไหว
- จปล = ไม่มั่นคง, โลเล
ตัวอย่างการใช้
ธีโร สุขทุกฺเขสุ อกมฺปิโย โหติ।
แปลว่า
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในสุขและทุกข์
ข้อควรจำ
คำว่า อกมฺปิย เกิดจากการเติมอุปสรรค อ- (แปลว่า ไม่) หน้าคำว่า กมฺปิย จึงหมายถึง ผู้หรือสิ่งที่ไม่หวั่นไหว ทั้งในความหมายทางกายภาพ
(ไม่เคลื่อนไหว) และในความหมายเชิงจิตใจ (มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์)
หมายเหตุ
ศัพท์นี้สื่อถึงคุณธรรมแห่ง ความมั่นคงของจิต ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของผู้มีปัญญาและผู้ปฏิบัติธรรม
จึงมักใช้ในความหมายเชิงอุปมาเกี่ยวกับจิตที่ตั้งมั่น
ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรมและอุปสรรคต่าง ๆ.
===============================================
ประวัติผู้อำนวยการสอน
พลเรือตรี รองศาสตราจารย์ ทองใบ
ธีรานันทางกูร
“จากวิถีแห่งธรรม สู่เกียรติภูมิราชนาวี
และปราชญ์ผู้รังสรรค์ปัญญา”
เส้นทางแห่งธรรมและพื้นฐานการศึกษา (ต้นกล้าแห่งปัญญา)
ชีวิตเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ณ ผืนแผ่นดินเมืองสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์
ภายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔
ท่านได้ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี
สั่งสมบารมีธรรมและวิชาความรู้ยาวนานถึง ๑๓ ปี
ในระหว่างนั้นท่านไม่เพียงศึกษาทางธรรมจนสอบได้ เปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็นวิทยฐานะสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
แต่ยังมุมานะสอบเทียบวุฒิทางโลกจนสำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด (ม.ศ. ๕)
และคว้าปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง)
จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
ก้าวสู่โลกกว้างและความเป็นเลิศทางวิชาการ
(มหาปัญญาไร้พรมแดน)
หลังลาสิกขาเพื่อแสวงหาความรู้ในระดับสากล
ท่านได้เดินทางไปศึกษายังต่างแดนจนสำเร็จปริญญาโท (M.A. in Political Science) จากมหาวิทยาลัยปัญจาบ ประเทศอินเดีย ต่อมาในขณะรับราชการทหารเรือ
ท่านได้รับทุนอันทรงเกียรติจากกองทัพเรือให้ไปศึกษาต่อ ณ สถาบันระดับโลกอย่าง London
School of Economics and Political Science (LSE) มหาวิทยาลัยลอนดอน
ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จปริญญา M.Phil ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ด้วยวิทยานิพนธ์อันโดดเด่นเรื่องนโยบายต่างประเทศไทยต่ออินโดจีน
ในระหว่างอยู่ ณ ต่างประเทศ
ท่านยังได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการดำรงตำแหน่งอุปนายกสามัคคีสมาคม
และเป็นบรรณาธิการวารสารสำคัญในพระบรมราชูปถัมภ์
ทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาไทย ณ SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน นับเป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมไทยในดินแดนตะวันตกอย่างสง่างาม
เกียรติภูมิราชนาวีและบทบาทครูผู้สร้างคน
(ประทีปแห่งวิชาการ)
เมื่อกลับสู่มาตุภูมิ
ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในฐานะอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์
โรงเรียนนายเรือ ผลิตศิษย์ในราชนาวีรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้รับพระราชทานยศเป็น พลเรือตรี
และตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ท่านยังได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันชั้นนำอีกมากมาย
ทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม,
และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
บทสรุปแห่งชีวิต (วิถีแห่งความเรียบง่าย)
ภายหลังเกษียณอายุราชการและการอุทิศตนให้แก่งานสอนในระดับบัณฑิตศึกษา
ท่านได้เลือกกลับสู่ความสงบเรียบง่ายในฐานะ “ชาวสวน” ผู้มีธรรมะเป็นเครื่องนำทาง พำนักอยู่ ณ จังหวัดนนทบุรี ปราจีนบุรี
และนครสวรรค์ ตามวิถีแห่ง “บุญนำพา”
โดยยังคงมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานวิชาการและบทเรียนภาษาบาลี
เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป
========================
สำหรับท่านที่สนใจEbook ที่จัดจำหน่ายในMeb Market ของสำนักพิมพ์ทองใบ คลิกที่ลิงก์นี้ได้เลยครับ
===========================================


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น